รับจดบริษัท จัดงานแสดงสินค้า เปิดการค้า จัดตั้ง ที่ไหน โทร.0819318341

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า มีรายจากได้อะไรบ้าง

  1. ค่าจัดงาน รายได้หลักของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้ามาจากค่าจัดงานที่ผู้ร่วมงานจ่ายในการเข้าร่วมแสดงสินค้า ค่าจัดงานสามารถคิดตามราคาตามพื้นที่จัดงานหรือตามการจัดระบบต่าง ๆ เช่น บูธจัดงาน, พื้นที่จัดงาน, การโฆษณา, การบริการอื่น ๆ

  2. ค่าจ้างบริการเสริม บริษัทจัดงานแสดงสินค้าอาจเสริมรายได้ด้วยการให้บริการเสริม เช่น บริการบูธสร้างบุญ, การออกแบบและตกแต่งบูธ, บริการโฆษณา, บริการการติดตั้ง, บริการทะเลาะเสียง, บริการการสื่อสาร, บริการเฟอร์นิเจอร์, บริการอุปกรณ์เสริม, บริการโชว์สินค้า, และอื่น ๆ

  3. ค่ารับจ้างออกแบบและตกแต่ง หากบริษัทมีทีมงานออกแบบและตกแต่งบูธและพื้นที่จัดงาน รายได้จะมาจากค่าบริการออกแบบและตกแต่ง

  4. ค่าส่งเสริมและโฆษณา รายได้ที่มาจากค่าโฆษณาในงานแสดงสินค้า อาจมาจากการขายพื้นที่โฆษณาบนแผ่นป้าย, โฆษณาในโบว์ทและสื่ออื่น ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของงาน

  5. ค่าที่พัก หากงานแสดงสินค้าเป็นงานระยะยาวหรือมีผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ, บริษัทจัดงานอาจรายได้จากค่าที่พักที่จอดรถ, การจองโรงแรม, การจัดระบบรถรับส่ง, และการบรรจุสินค้า

  6. รายได้จากค่าบัตรเข้าชม บริษัทจัดงานสามารถรายได้จากค่าบัตรเข้าชมที่ผู้ร่วมงานจ่ายเมื่อเข้าชมงาน

  7. ค่าบริการอื่น ๆ รายได้อาจมาจากค่าบริการอื่น ๆ เช่น การจ้างบริการหน่วยงานสื่อสาร, บริการความปลอดภัย, บริการทางเทคโนโลยี, บริการเครื่องดื่มและอาหาร, บริการที่จอดรถ, และอื่น ๆ

  8. รายได้จากการขายสินค้า บริษัทจัดงานแสดงสินค้าอาจมีรายได้จากการขายสินค้าในงาน นี้มีความเหมือนกับการจัดงานแสดงสินค้าและร้านค้า

  9. บริการรับจ้างอื่น ๆ บางบริษัทอาจเสริมรายได้ด้วยการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน นี้อาจมีการจัดสัมมนาหรือประชุม, การจัดงานแสดงเทคโนโลยีหรือการบรรจุพวกบริษัทเพื่อแนะนำสินค้าและบริการ

  10. การขายสินค้าและบริการหลังงาน รายได้อาจมาจากการขายสินค้าและบริการที่ไม่ได้ขายในงาน ในบางกรณี, บริษัทอาจมีร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับงานเพื่อขายสินค้าและบริการ

วิเคราะห์ Swot Analysis ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า

ความแข็งแกร่ง (Strengths)

  1. ความเชี่ยวชาญ บริษัทมีทีมงานและความเชี่ยวชาญในการจัดงานแสดงสินค้าที่เป็นมืออาชีพ
  2. ความสามารถในการบริการเสริม บริษัทมีความสามารถในการให้บริการเสริมที่ครอบคลุมทุกรายละเอียด เช่น การออกแบบบูธ, บริการโฆษณา, การจัดการบูธ, การเสริมบูธ, และการบริการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ร่วมงาน

จุดอ่อน (Weaknesses)

  1. ความขึ้นอยู่ต่อความเครียดของตลาด ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้ามักขึ้นอยู่กับความเครียดของตลาด ถ้าตลาดไม่ดี, รายได้จะลดลง
  2. ความพร้อมใช้งานในช่วงเวลาที่กำหนด บริษัทจัดงานแสดงสินค้าจำเป็นต้องปฏิบัติงานในเวลาที่กำหนด และถ้ามีความล่าช้าหรือปัญหาในการจัดการงานในระยะเวลาที่กำหนด, อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือของลูกค้า

โอกาส (Opportunities)

  1. การขยายธุรกิจ ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าสามารถขยายธุรกิจไปยังการจัดงานสินค้าที่ใหญ่ขึ้นหรือการจัดงานในระดับนานาชาติ
  2. การนำเสนอบริการเสริมใหม่ โอกาสในการพัฒนาบริการเสริมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าเพิ่มเติม เช่น บริการออกแบบบูธสร้างบุญที่น่าสนใจ

อุปสรรค (Threats)

  1. การแข่งขันรุนแรง ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้ามีการแข่งขันรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ราคาตกต่ำและกำไรลดลง
  2. การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอาจทำให้วิธีการจัดงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้บริษัทต้องลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

อาชีพ ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า ใช้เงินลงทุนอะไร

  1. พื้นที่สำหรับงาน การเริ่มต้นธุรกิจจัดงานแสดงสินค้ามักต้องมีพื้นที่สำหรับจัดงาน เช่น ศูนย์แสดงสินค้าหรือหอแสดงสินค้า ค่าใช้จ่ายในการเช่าหรือซื้อพื้นที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และจะขึ้นอยู่กับพื้นที่และทำเลที่คุณเลือก

  2. การตกแต่งพื้นที่ คุณอาจต้องลงทุนในการตกแต่งพื้นที่เพื่อทำให้มันเหมาะสมสำหรับงานแสดงสินค้า เช่น การสร้างบูธ การตกแต่งตู้เสื้อผ้า หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นที่เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

  3. อุปกรณ์และเครื่องมือ คุณอาจต้องลงทุนในอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการจัดงาน อาจรวมถึงหน้าจอ LED, ระบบเสียง, โต๊ะ, เก้าอี้, และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการจัดงาน

  4. การตรวจสอบและควบคุม การจัดงานแสดงสินค้าต้องมีการควบคุมและตรวจสอบในระหว่างงาน นี้อาจจำเป็นต้องลงทุนในระบบควบคุมเข้าถึงงานแสดงสินค้า ระบบการจัดเก็บสินค้า, หรือระบบควบคุมอื่น ๆ

  5. การจัดการงาน การจัดงานแสดงสินค้าต้องมีการจัดการงานที่ดี นี้อาจรวมถึงค่าจ้างทีมงาน, ค่าใช้จ่ายในการจัดทำบูธ, ค่าใช้จ่ายในการประชุม, ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา, และอื่น ๆ

  6. การโฆษณาและการตลาด คุณอาจต้องลงทุนในการโฆษณาและการตลาดเพื่อเพิ่มความรู้สึกให้กับลูกค้าเกี่ยวกับงานแสดงสินค้าของคุณ

  7. ค่าใช้จ่ายในการที่จะรับข้อมูลเข้าถึงงาน คุณอาจต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการที่จะให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าถึงงาน ซึ่งอาจรวมถึงค่าบัตรเข้างานและค่าบริการอื่น ๆ

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า

  1. การจัดการงานแสดงสินค้า การจัดงานแสดงสินค้าต้องการความเชี่ยวชาญในการจัดการงาน, การควบคุมการตรวจสอบ, การวางแผนงาน, การจัดการบุธ, และการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงาน

  2. ออกแบบและการตกแต่ง การตกแต่งพื้นที่และบูธของงานแสดงสินค้าต้องการความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญในด้านออกแบบและตกแต่ง

  3. การโฆษณาและการตลาด การโฆษณาและการตลาดเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า นี้อาจรวมถึงการสร้างแบรนด์, การจัดโปรโมชั่น, การใช้สื่อสิ่งพิมพ์และการสื่อสารอื่น ๆ เพื่อโฆษณางาน

  4. การสื่อสารและรีเลชั่น การสื่อสารกับลูกค้า, ผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า, และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ ธุรกิจนี้ต้องมีความคุ้นเคยในการสื่อสารและรีเลชั่นเพื่อสร้างความพึงพอใจของลูกค้า

  5. การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ การควบคุมความสัมพันธ์ดีๆ กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อถือและความพึงพอใจ

  6. การควบคุมเรื่องการเงินและบัญชี การควบคุมการเงินและบัญชีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่าย, การจัดการงบประมาณ, และการสรุปบัญชี

  7. การเจรจาและการสรรหา การค้นหาและเจรจากับผู้จัดงานสินค้าและผู้สนับสนุนเพื่อให้ได้รับข้อเสนอที่ดีสำหรับงาน

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า ที่ควรรู้

  1. บูธ (Booth) พื้นที่หรือพื้นที่แสดงสินค้าที่ร้านค้าหรือบริษัทนำสินค้าของพวกเขามาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นและทดลองผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

  2. สเปนเซอร์ (Exhibitor) บริษัทหรือบุคคลที่มีบูธหรือพื้นที่ในงานแสดงสินค้าเพื่อแสดงผลิตภัณฑ์หรือบริการของพวกเขา

  3. การส่งเสริม (Promotion) กิจกรรมหรือวิธีในการโฆษณาและส่งเสริมสินค้าหรือบริการ เพื่อดึงดูดลูกค้า

  4. การจัดทำบูธ (Booth Design) การออกแบบและตกแต่งพื้นที่บูธให้สวยงามและเน้นความสื่อสารกับลูกค้า

  5. บริการการจัดงาน (Event Management) กระบวนการการวางแผนและดำเนินงานในงานแสดงสินค้า เพื่อให้งานเป็นเรื่องราวเรียนราศรี

  6. การตลาดแบบศูนย์กลาง (Trade Show) งานแสดงสินค้าที่เปิดให้ธุรกิจและบุคคลสามารถเข้าชมและเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเฉพาะ

  7. รีเลชั่นลูกค้า (Customer Retention) กิจกรรมที่เน้นการรักษาความพึงพอใจของลูกค้าที่มีอยู่และสร้างความเชื่อถือเพื่อให้ลูกค้าเดิมกลับมาอีกครั้ง

  8. การประชาสัมพันธ์ (Public Relations) กิจกรรมการสื่อสารที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์บวกของบริษัทหรือสินค้าในสาธารณชน

  9. การค้างชำระ (Lead Generation) กระบวนการหาลูกค้าโดยการเก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อติดต่อและสร้างความสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการ

  10. การออกแบบกราฟิก (Graphic Design) กระบวนการสร้างภาพถ่าย, ภาพประกอบ, แผนผัง, และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่ใช้ในงานแสดงสินค้าเพื่อสื่อสารข้อมูลและสร้างความสวยงามให้กับบูธและสื่อสารและประชาสัมพันธ์

จดบริษัท ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า ทำอย่างไร

  1. วางแผนธุรกิจ ก่อนที่คุณจะจดบริษัท, คุณควรทำการวางแผนธุรกิจให้มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน รวมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์และการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ

  2. การค้นหาชื่อบริษัท คุณจะต้องเลือกชื่อสำหรับบริษัทของคุณ แต่ชื่อนี้ต้องไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นในประเทศของคุณและต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับการลงทะเบียนชื่อบริษัท

  3. สร้างเอกสารบริษัท คุณจะต้องจัดเอกสารบริษัทเช่น พระราชบัญญัติบริษัท, ข้อกำหนดของบริษัท, แผนธุรกิจ, และเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น

  4. จดบริษัท คุณจะต้องยื่นเอกสารและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการจดบริษัทที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ (เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในประเทศ) ในประเทศของคุณ

  5. การรับรายใหม่ หลังจากจดบริษัท, คุณจะต้องรับรายใหม่ที่อยู่สำหรับบริษัทของคุณ

  6. เปิดบัญชีธนาคาร คุณจะต้องเปิดบัญชีธนาคารให้กับบริษัทของคุณเพื่อดำเนินธุรกิจ

  7. ปฏิบัติตามกฎหมาย ตรวจสอบกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่นเกี่ยวกับธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  8. สร้างนโยบายและกระบวนการ สร้างนโยบายและกระบวนการสำหรับบริษัทของคุณเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

  9. สร้างทีม รับบุคคลที่มีความรู้และความสามารถในการจัดงานแสดงสินค้า เพื่อช่วยในการดำเนินธุรกิจ

  10. โฆษณาและการตลาด สร้างแผนการตลาดเพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับงานแสดงสินค้าของคุณและดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน

  11. ดำเนินธุรกิจ เมื่อทุกอย่างพร้อม, คุณสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจของคุณในการจัดงานแสดงสินค้า

  12. การรายงานและบัญชี คุณต้องทำการบัญชีและรายงานการเงินของบริษัทตามกฎหมายท้องถิ่น

  13. ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อปรึกษาและรับข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น

  14. พัฒนาธุรกิจ พัฒนาธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่องเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

บริษัท ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า เสียภาษีอะไร

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคในกระบวนการซื้อขายสินค้าและบริการ บริษัทที่จัดงานแสดงสินค้าอาจต้องเสีย VAT ในกรณีที่มีการขายบัตรเข้างานหรือบริการอื่น ๆ

  2. ภาษีบริษัท บริษัทจะต้องเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายท้องถิ่น โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของบริษัท

  3. ภาษีอากร บริษัทอาจต้องเสียภาษีอากรเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการในงานแสดงสินค้า

  4. อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม, ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าขึ้นอยู่กับกฎหมายและข้อกำหนดในประเทศของคุณ คุณควรปรึกษากับนักบริหารและนักบัญชีเพื่อตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น

อ่านบทความทั้งหมด >>> xn--82cyjl9bwb6cwa.com/

Scroll to Top