รับจดบริษัท โรงแรมในประเทศไทย เปิดการค้า จัดตั้ง ที่ไหน โทร.0819318341

ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย มีรายได้จากอะไรบ้าง

  1. รายได้จากการให้บริการห้องพัก รายได้หลักมาจากการให้บริการห้องพักให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึงรายได้จากการจองห้องพัก การเช่าห้องประเภทต่าง ๆ และการให้บริการเพิ่มเติมในห้องพัก เช่น อาหารเช้า บริการซักรีด และอื่น ๆ

  2. รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม รายได้จากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านบาร์ หรือร้านเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีในโรงแรม

  3. รายได้จากการจัดงานประชุมและอีเวนต์ รายได้จากการให้บริการห้องประชุม ห้องจัดงานสัมมนา ห้องจัดงานเลี้ยง และการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ ให้กับลูกค้าภายนอก

  4. รายได้จากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก รายได้จากการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม ๆ ที่ไม่ใช่ห้องพักและอาหาร เช่น บริการซักรีด บริการสปา บริการออกกำลังกาย บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย และอื่น ๆ

  5. รายได้จากการท่องเที่ยว รายได้ที่เกิดจากการจัดทริปท่องเที่ยวพร้อมทั้งการให้บริการพักและบริการอื่น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักในโรงแรม

  6. รายได้จากการให้บริการพิเศษ รายได้จากการให้บริการพิเศษหรือกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ เช่น งานเทศกาล การแสดงศิลปะ การให้บริการด้านสุขภาพและความงาม และอื่นๆ

  7. รายได้จากการบริหารทรัพยากรบุคคล รายได้จากการให้บริการการฝึกอบรม การสัมมนา และการประชุมสำหรับบุคลากรและองค์กรภายนอก

  8. รายได้จากการบริการอื่นๆ รายได้จากการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม เช่น บริการรถรับส่ง บริการตั๋วเครื่องบิน และอื่น ๆ

วิเคราะห์ Swot Analysis ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  1. จุแข็ง (Strengths)

    • ตำแหน่งที่ดีในตลาด โรงแรมมีตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดและมีชื่อเสียงที่ดีในวงกว้าง
    • คุณภาพบริการ การให้บริการดีและมาตรฐานสูงเป็นเครื่องมือในการดึงดูดลูกค้า
    • สิ่งอำนวยความสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
  2. จุดอ่อน (Weaknesses)

    • ความขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้คุณภาพบริการลดลงในบางครั้ง
    • โครงสร้างต้นทุนสูง การดำเนินธุรกิจโรงแรมอาจมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูง เช่น ค่าสาธารณูปโภคและค่าจ้างงาน
  3. โอกาส (Opportunities)

    • การเติบโตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โอกาสในการเพิ่มยอดขายเนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ
    • การสร้างรายได้เสริม โอกาสในการให้บริการรายได้เสริม เช่น การจัดงานเลี้ยงหรือกิจกรรมพิเศษ
  4. ความเสี่ยง (Threats)

    • การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ความแข่งขันในตลาดโรงแรมสามารถเสียทอดแทนกันมากขึ้น
    • ความเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการท่องเที่ยวอาจส่งผลให้การเดินทางลดลง

อาชีพ ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ใช้เงินลงทุนอะไร

  1. ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การจัดสร้างโรงแรมต้องใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารโรงแรม ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ห้องประชุม ฯลฯ

  2. ต้นทุนการจัดสร้างและตกแต่ง ต้นทุนการสร้างอาคารโรงแรมและการตกแต่งห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง โทรทัศน์ แอร์เชิงกราฟิก ฯลฯ

  3. อุปกรณ์และเครื่องมือ การจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารงานโรงแรม เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการจองห้องพัก ระบบจัดการการเบิกจ่าย เป็นต้น

  4. การตลาดและโฆษณา การโปรโมตและตลาดโรงแรมต้องการค่าใช้จ่ายในการออกแบบโฆษณา การทำเว็บไซต์ การสร้างความรู้จักและนับถือจากลูกค้า

  5. บุคลากร การจ้างงานเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการ พนักงานทำความสะอาด พนักงานส่งอาหาร ฯลฯ

  6. ค่าใช้จ่ายดำเนินการ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าก๊าซ ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ

อาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

  1. ผู้บริหารและผู้จัดการ คำนึงถึงการบริหารและดูแลโรงแรมให้เป็นไปตามมาตรฐานและความต้องการของลูกค้า ผู้บริหารและผู้จัดการเป็นคำสำคัญในการบริหารการดำเนินงานทั้งหมดของโรงแรม

  2. บุคลากร พนักงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการให้บริการแก่ลูกค้า เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการ พนักงานทำความสะอาด พนักงานห้องอาหาร และผู้ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก

  3. บุคคลที่ใช้บริการ ลูกค้าหลายประเภท เช่น นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน นักธุรกิจที่มาใช้บริการประจำ ผู้มาเข้าร่วมงานสัมมนา และคนท้องถิ่นที่มาพักผ่อน

  4. ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม อาหารและเครื่องดื่มเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจโรงแรม บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต้องทำการส่งมอบวัตถุดิบที่คุณภาพเพื่อให้โรงแรมสามารถให้บริการอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างต่อเนื่อง

  5. ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวและกิจกรรม โรงแรมอาจจัดกิจกรรมหรือทัวร์เพื่อให้บริการเพิ่มความสนุกสนานแก่ลูกค้า ตัวอย่างเช่น การจัดทริปเที่ยวส่วนตัว การท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง หรือกิจกรรมแห่งความบันเทิง

  6. ผู้จัดจำหน่ายสินค้าและบริการรอบโรงแรม บริษัทที่จำหน่ายสินค้าและบริการที่โรงแรมต้องการใช้ เช่น เตียง ผ้าปูที่นอน อุปกรณ์ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก

คําศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ที่ควรรู้

  1. โรงแรม (Hotel) สถานที่ที่ให้บริการที่พักและบริการอื่น ๆ สำหรับผู้เข้าพักที่มาใช้บริการในระหว่างการเดินทางหรือท่องเที่ยว

  2. ห้องพัก (Room) พื้นที่ที่ให้บริการที่พักสำหรับลูกค้า เช่น ห้องนอน ห้องพักมาตรฐาน หรือห้องสวีท

  3. บริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Services) การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม เช่น ร้านอาหาร ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ บาร์

  4. ลาบี (Lobby) พื้นที่บริเวณทางเข้าหรือเป็นจุดรวมผู้เข้าพักก่อนเข้าห้องพัก เป็นที่เชื่อมต่อระหว่างพนักงานและลูกค้า

  5. สระว่ายน้ำ (Swimming Pool) พื้นที่สำหรับลูกค้าที่ต้องการว่ายน้ำและพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ

  6. ห้องประชุม (Conference Room) พื้นที่ที่ให้บริการสำหรับการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมทางธุรกิจ

  7. สปา (Spa) บริการบำบัดรักษาด้วยวิธีการแผนไทย การนวด การดูแลสุขภาพ และการผ่อนคลาย

  8. บริการห้องอาหาร (Room Service) การให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในห้องพักของลูกค้า

  9. บริการรถรับส่ง (Shuttle Service) บริการรถรับส่งลูกค้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ

  10. ที่จอดรถ (Parking) พื้นที่ที่ให้บริการจอดรถสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม

จดบริษัท ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ทำอย่างไร

  1. เลือกชื่อบริษัท เลือกชื่อที่ไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นและอยู่ในกรอบของกฎหมาย และสอดคล้องกับธุรกิจโรงแรมของคุณ

  2. เขียนบันทึกคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ เขียนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อขออนุญาตให้ใช้ชื่อบริษัท

  3. จดทะเบียนบริษัท ยื่นเอกสารจดทะเบียนบริษัทพร้อมกับเอกสารประกอบ พร้อมด้วยข้อมูลผู้จัดตั้งบริษัท

  4. ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ สำหรับธุรกิจโรงแรมที่เป็นอาคารสถานที่พักและบริการ จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยวและกีฬา

  5. ขอใบอนุญาตประกอบกิจการทางอาหารและเครื่องดื่ม หากมีการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการทางอาหารและเครื่องดื่มจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมอาหารและยา

  6. ขอใบอนุญาตเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากกรมสรรพากร

  7. จัดหาที่พัก จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดทำธุรกิจโรงแรม โดยคำนึงถึงตำแหน่งที่ต่อไป ระบบการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

  8. จัดทำแผนธุรกิจ วางแผนธุรกิจโดยรวมเป้าหมาย กลยุทธ์การตลาด การบริหารการเงิน และกระบวนการทำงาน

บริษัท ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย เสียภาษีอะไร

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) บริษัทที่มีกำไรสุทธิต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราภาษีที่กำหนดโดยกฎหมายภาษี ปัจจุบันอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิ

  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax, VAT) ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราที่กำหนดโดยกฎหมายภาษี ปัจจุบันอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยอยู่ที่ 7%

  3. สาธารณูปโภค (Local Development Tax) บางจังหวัดหรือพื้นที่มีการเรียกเก็บภาษีสาธารณูปโภคเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการพัฒนาพื้นที่ในท้องถิ่น

  4. อื่น ๆ ยังมีภาษีอื่น ๆ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีสุรา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมเฉพาะ

อ่านบทความทั้งหมด >>> xn--82cyjl9bwb6cwa.com/

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 7

No votes so far! Be the first to rate this post.

บริษัท ปังปอน จำกัด ให้บริการ รับจดทะเบียนบริษัท ติดต่อ โทร. 081-931-8341 (คุณจ๋า) ครอบคลุมทุกจังหวัด เมื่อคุณมีปัญหา ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับบัญชี ให้นึกถึงเรา เพราะเราเชี่ยวชาญและทำงานอย่างมืออาชีพ การันตีจากสรรพากร (ตัวแทนสรรพากร) และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำนักงานบัญชีคุณภาพ) ปัจจุบันเปิดมาแล้วมากกว่า 29 ปี

  • รับจดทะเบียนบริษัท ที่อยู่ : 47/103 หมู่ 5 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
  • Email : 9622104@gmail.com
  • Line Official Account : @e200
  • รับจดทะเบียนบริษัท ราคา เริ่มต้น : 10,980 บาท
  • รับทำบัญชี ราคา เริ่มต้น : 5,000 บาท
จำนวนคอมเมนต์ของโพสต์ ID 7476: 7

Comments are closed.

Scroll to Top